ConocoPhillips (COP) หุ้น เคลื่อนไหว ลง 5.26% เมื่อวันที่ 17 เม.ย.: ข้อมูลสำคัญที่นักลงทุนควรรู้

แหล่งที่มา Tradingkey

ConocoPhillips (COP) เคลื่อนไหว ลง 5.26% กลุ่มอุตสาหกรรม พลังงาน - เชื้อเพลิงฟอสซิล ลง 3.84%. บริษัทมีผลการดำเนินงานแย่กว่าอุตสาหกรรมโดยรวม หุ้นที่มีปริมาณการเทรดสูงสุด 3 อันดับแรกในกลุ่ม ได้แก่: Exxon Mobil Corp (XOM) ลง 4.41%; Chevron Corp (CVX) ลง 2.99%; Valero Energy Corp (VLO) ลง 8.10%

พลังงาน - เชื้อเพลิงฟอสซิล

อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น ConocoPhillips (COP) ปรับตัว ลง ในวันนี้?

ราคาหุ้น ConocoPhillips (COP) ปรับตัวลดลงโดยมีปัจจัยกดดันหลักจากการร่วงลงอย่างรุนแรงของราคาน้ำมันดิบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายงานเรื่องการหยุดยิงและการผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ตลาดตีความว่าพัฒนาการเหล่านี้ช่วยลด "war premium" ที่เคยรวมอยู่ในราคาน้ำมันก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบอ้างอิงอย่าง Brent และ WTI ทรุดตัวลงอย่างหนัก โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ดิ่งลงกว่า 10% เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2026 ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ก็ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

ในฐานะผู้ผลิตน้ำมันขั้นต้น ราคาหุ้นของ ConocoPhillips จึงมีความอ่อนไหวเป็นพิเศษต่อความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อการคาดการณ์กระแสเงินสดในระยะสั้น การลดลงของความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และแนวโน้มอุปทานน้ำมันที่จะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซสำหรับเรือพาณิชย์ ได้ช่วยบรรเทาความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทานในระยะยาวที่เคยเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานก่อนหน้านี้

แม้ว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์บางรายในช่วงที่ผ่านมาจะเป็นไปในเชิงบวก โดยมีหลายบริษัทปรับเพิ่มราคาเป้าหมายและคงคำแนะนำ "Buy" หรือ "Outperform" สำหรับ COP ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2026 แต่ปัจจัยเหล่านี้กลับถูกบดบังด้วยผลกระทบในทันทีของการร่วงลงของราคาน้ำมัน การที่ตลาดมุ่งเน้นไปที่ภูมิทัศน์เศรษฐกิจมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบ ได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อผลการดำเนินงานของหุ้น นอกจากนี้ ยังมีรายงานเกี่ยวกับการขายหุ้นโดยคนใน (insider selling) ที่มีนัยสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในเชิงลบด้วย

แม้ภาพรวมในระยะยาวจะยังคงดูดีสำหรับนักลงทุนบางรายเนื่องจากความคาดหวังเรื่องราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและการมีระเบียบวินัยด้านต้นทุน แต่ปฏิกิริยาของตลาดในระยะสั้นต่อการผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการร่วงลงของราคาน้ำมันในเวลาต่อมา ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อหุ้น ConocoPhillips โดยราคาหุ้น ConocoPhillips (COP) ปรับตัวลดลงโดยมีปัจจัยกดดันหลักจากการร่วงลงอย่างรุนแรงของราคาน้ำมันดิบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายงานเรื่องการหยุดยิงและการผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ตลาดตีความว่าพัฒนาการเหล่านี้ช่วยลด "war premium" ที่เคยรวมอยู่ในราคาน้ำมันก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบอ้างอิงอย่าง Brent และ WTI ทรุดตัวลงอย่างหนัก โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ดิ่งลงกว่า 10% เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2026 ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ก็ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

ในฐานะผู้ผลิตน้ำมันขั้นต้น ราคาหุ้นของ ConocoPhillips จึงมีความอ่อนไหวเป็นพิเศษต่อความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อการคาดการณ์กระแสเงินสดในระยะสั้น การลดลงของความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และแนวโน้มอุปทานน้ำมันที่จะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซสำหรับเรือพาณิชย์ ได้ช่วยบรรเทาความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทานในระยะยาวที่เคยเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานก่อนหน้านี้

แม้ว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์บางรายในช่วงที่ผ่านมาจะเป็นไปในเชิงบวก โดยมีหลายบริษัทปรับเพิ่มราคาเป้าหมายและคงคำแนะนำ "Buy" หรือ "Outperform" สำหรับ COP ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2026 แต่ปัจจัยเหล่านี้กลับถูกบดบังด้วยผลกระทบในทันทีของการร่วงลงของราคาน้ำมัน การที่ตลาดมุ่งเน้นไปที่ภูมิทัศน์เศรษฐกิจมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบ ได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อผลการดำเนินงานของหุ้น นอกจากนี้ ยังมีรายงานเกี่ยวกับการขายหุ้นโดยคนใน (insider selling) ที่มีนัยสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในเชิงลบด้วย

แม้ภาพรวมในระยะยาวจะยังคงดูดีสำหรับนักลงทุนบางรายเนื่องจากความคาดหวังเรื่องราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและการมีระเบียบวินัยด้านต้นทุน แต่ปฏิกิริยาของตลาดในระยะสั้นต่อการผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการร่วงลงของราคาน้ำมันในเวลาต่อมา ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อหุ้น ConocoPhillips

การวิเคราะห์ทางเทคนิคของ ConocoPhillips (COP)

ในเชิงเทคนิค ConocoPhillips (COP) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ [2.30] ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณเป็นกลาง ขณะที่ค่า RSI ที่ 46.33 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ -77.21 แสดงถึงสภาวะขายมากเกินไป โปรดติดตามอย่างใกล้ชิด

การวิเคราะห์พื้นฐานของ ConocoPhillips (COP)

ConocoPhillips (COP) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน - เชื้อเพลิงฟอสซิล โดยมีรายได้รวมต่อปีล่าสุดอยู่ที่ $58.94B จัดอยู่ในอันดับที่ 13 ของอุตสาหกรรม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ $7.96B จัดอยู่ในอันดับที่ 7 ของอุตสาหกรรม โปรไฟล์บริษัท

ConocoPhillipsโครงสร้างรายได้

ในช่วงเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายรายได้จัดอันดับบริษัทว่าอยู่ในระดับ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ $135.12 ขณะที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ $183.00 และราคาต่ำสุดอยู่ที่ $98.00

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ConocoPhillips (COP)

ความเสี่ยงเฉพาะของบริษัท:

  • หุ้น ConocoPhillips (COP) เผชิญความผันผวนระหว่างวันโดยปรับตัวลดลงอย่างมาก (6.9%) ตามการร่วงลง 10% ของราคาน้ำมันดิบ หลังจากอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซสำหรับการจราจรเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบภายหลังการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง
  • รายงานที่ยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ระบุถึงการขายหุ้นโดยบุคคลภายใน โดยกองทุนทรัสต์ของครอบครัว Ryan Lance ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ขายหุ้นมากกว่า 113,000 หุ้น เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2026 และ Nicholas Olds รองประธานบริหาร ได้ขายหุ้นเกือบ 7,000 หุ้น เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2026 ซึ่งอาจสะท้อนถึงการขาดความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มระยะสั้นของบริษัท
  • เหล่านักวิเคราะห์แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการระยะสั้นของ ConocoPhillips โดยคาดการณ์ว่ากำไรจะลดลงในระดับเลขสองหลักในไตรมาส 1/2026 ที่กำลังจะมาถึง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2025 ต่ำกว่าคาดการณ์ทั้งในส่วนของกำไรต่อหุ้น (EPS) และรายได้ ซึ่งสร้างความเสี่ยงในช่วงขาลงหากผลลัพธ์ในอนาคตน่าผิดหวัง
  • บริษัทเผชิญความเสี่ยงจากการคาดการณ์ปริมาณการผลิตที่ลดลง เนื่องจากความท้าทายด้านการดำเนินงานและปัจจัยภายนอก อาทิ การหยุดชะงักในกาตาร์ และผลกระทบจากสภาพอากาศเลวร้ายจากพายุฤดูหนาว Fern ซึ่งมีรายงานว่าส่งผลให้มีการปรับลดเป้าหมายการผลิตลง
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้บ่งบอกถึงผลลัพธ์ในอนาคต
placeholder
การคาดการณ์ราคาของ USD/JPY: ปรับตัวขึ้นสู่ระดับกลาง 159.00s; ยังคงถูกจำกัดในช่วงที่คุ้นเคยคู่ USD/JPY ถูกมองว่ากำลังสร้างแรงหนุนต่อจากการดีดตัวขึ้นในวันก่อนหน้าจากโซนราคา 158.25 หรือจุดต่ำสุดในรอบมากกว่าหนึ่งสัปดาห์ และได้รับแรงหนุนเชิงบวกเพิ่มเติมในวันศุกร์ นี่เป็นวันที่สามติดต่อกันของการปรับตัวขึ้นและดันราคาสปอตขึ้นไปอยู่ที่ช่วงกลาง 159.00 ในช่วงเซสชั่นเอเชีย
ผู้เขียน  FXStreet
11 ชั่วโมงที่แล้ว
คู่ USD/JPY ถูกมองว่ากำลังสร้างแรงหนุนต่อจากการดีดตัวขึ้นในวันก่อนหน้าจากโซนราคา 158.25 หรือจุดต่ำสุดในรอบมากกว่าหนึ่งสัปดาห์ และได้รับแรงหนุนเชิงบวกเพิ่มเติมในวันศุกร์ นี่เป็นวันที่สามติดต่อกันของการปรับตัวขึ้นและดันราคาสปอตขึ้นไปอยู่ที่ช่วงกลาง 159.00 ในช่วงเซสชั่นเอเชีย
placeholder
ทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบต่ำกว่า 4,800 ดอลลาร์ ขณะที่ความเสี่ยงช่องแคบฮอร์มุซและการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐต้านทานความหวังทางการทูตกับอิหร่านทองคํา (XAUUSD) พลิกกลับจากการขาดทุนเล็กน้อยในช่วงเซสชันเอเชียไปยังบริเวณ $4,768-$4,767 หรือต่ำสุดในรอบสามวัน แม้จะไม่มีแรงหนุนต่อเนื่องและยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ $4,800 ท่ามกลางสัญญาณที่ผสมกัน
ผู้เขียน  FXStreet
13 ชั่วโมงที่แล้ว
ทองคํา (XAUUSD) พลิกกลับจากการขาดทุนเล็กน้อยในช่วงเซสชันเอเชียไปยังบริเวณ $4,768-$4,767 หรือต่ำสุดในรอบสามวัน แม้จะไม่มีแรงหนุนต่อเนื่องและยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ $4,800 ท่ามกลางสัญญาณที่ผสมกัน
placeholder
ทรัมป์เบรกสงคราม หยุดยิง 10 วัน แถมเศรษฐกิจมะกันแกร่ง กดดันทอง ด้านหุ้นไทยหนีตายซบกลุ่มแบงก์ทันทุกกระแสการเงิน สรุปข่าวเด่น Forex หุ้น ทองคำ คริปโตฯ และเศรษฐกิจรอบวัน วิเคราะห์แนวโน้มตลาดด้วยข้อมูลเชิงลึก อ่านง่าย เข้าใจไว อัปเดตล่าสุดที่นี่
ผู้เขียน  Mitrade
15 ชั่วโมงที่แล้ว
ทันทุกกระแสการเงิน สรุปข่าวเด่น Forex หุ้น ทองคำ คริปโตฯ และเศรษฐกิจรอบวัน วิเคราะห์แนวโน้มตลาดด้วยข้อมูลเชิงลึก อ่านง่าย เข้าใจไว อัปเดตล่าสุดที่นี่
placeholder
ราคาน้ำมัน WTI ดีดตัวขึ้น ขณะที่ความวุ่นวายในช่องแคบฮอร์มุซลดทอนความหวังสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านราคาน้ำมัน West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี เพิ่มขึ้น 2.50% มาอยู่ที่เกือบ 90.45 ดอลลาร์ในขณะที่รายงานข่าว หลังจากที่ลดลงติดต่อกันสามวัน
ผู้เขียน  FXStreet
17 ชั่วโมงที่แล้ว
ราคาน้ำมัน West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี เพิ่มขึ้น 2.50% มาอยู่ที่เกือบ 90.45 ดอลลาร์ในขณะที่รายงานข่าว หลังจากที่ลดลงติดต่อกันสามวัน
placeholder
USD/CHF ร่วงลงมาใกล้ระดับ 0.7800 เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลดลงต่อท่ามกลางความหวังในอิหร่านในช่วงเซสชั่นการซื้อขายเอเชียวันพฤหัสบดี คู่ USDCHF เคลื่อนไหวลดลง 0.2% ไปใกล้ 0.7800 คู่สกุลเงินฟรังก์สวิสเผชิญแรงขายเนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ยังคงอ่อนค่าลงท่ามกลางความหวังที่เพิ่มขึ้นว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงถาวรในเร็วๆ นี้
ผู้เขียน  FXStreet
เมื่อวาน 10: 17
ในช่วงเซสชั่นการซื้อขายเอเชียวันพฤหัสบดี คู่ USDCHF เคลื่อนไหวลดลง 0.2% ไปใกล้ 0.7800 คู่สกุลเงินฟรังก์สวิสเผชิญแรงขายเนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ยังคงอ่อนค่าลงท่ามกลางความหวังที่เพิ่มขึ้นว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงถาวรในเร็วๆ นี้
goTop
quote