สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านดันความเสี่ยงโลก ทองเด้ง หุ้นสหรัฐฯพักฐาน แต่หุ้นไทยสวนขึ้นเหนือ 1,600 จุด
- ซานตาคลอสแรลลี่เดือนธันวาคม: หุ้นสหรัฐและยุโรปกำลังจะทำจุดสูงสุดใหม่หรือไม่?

Insights - เหตุการณ์ทางการเงินที่สำคัญ 4 ประการของวันนี้:
1.สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านยังเดือด ตลาดกลัวความเสี่ยงปะทุซ้ำ
ข่าวเด่นสุดเช้านี้ยังเป็นสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน เพราะสถานการณ์ล่าสุดยังไม่ได้สงบจริง Al Jazeera รายงานว่าการหยุดยิงกำลังถูกทดสอบจากการปะทะล่าสุดระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ขณะที่กาซายังถูกโจมตีทางอากาศ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 คน รวมเด็ก 4 คน และ Abbas Araghchi รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านบอกว่า การเจรจากับสหรัฐฯยัง “ไม่มีความคืบหน้า” แม้ช่องทางสื่อสารยังเปิดอยู่ แปลแบบง่ายๆ คือยังคุยกันได้ แต่ยังตกลงกันไม่ได้ ตลาดจึงยังไม่กล้าเปิดรับความเสี่ยงเต็มที่
ฝั่งสหรัฐฯเองก็เริ่มมีแรงต้านทางการเมือง CNN รายงานว่าสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติ 215 ต่อ 208 เสียง เพื่อจำกัดอำนาจสงครามของ Donald Trump ในกรณีอิหร่าน แต่เรื่องยังไม่จบ เพราะต้องผ่านวุฒิสภาและอาจโดนวีโต้ได้ ด้าน CNBC รายงานว่า Benjamin Netanyahu ระบุว่าอิสราเอลและสหรัฐฯพร้อมกลับไปใช้ปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่านอีก หากจำเป็น ข่าวนี้จึงกดดันตลาดน้ำมัน หุ้น และหนุนสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ
2.ทองคำเด้ง แต่ Fed ยังไม่ส่งสัญญาณช่วยตลาด
ราคาทองคำ XAU/USD ล่าสุดอยู่ที่ 4,462 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 28.10 ดอลลาร์ หรือ +0.63% โดยช่วงราคาวันนี้อยู่ระหว่าง 4,424 ถึง 4,477 ดอลลาร์ สะท้อนว่าทองยังได้แรงซื้อจากความกลัวสงคราม แต่ยังไม่ได้พุ่งแบบไร้แรงต้าน เพราะตลาดยังต้องดูดอกเบี้ย ดอลลาร์ และผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯล่าสุดยังไม่อ่อนมาก CNBC รายงานว่า ADP ระบุการจ้างงานภาคเอกชนเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 122,000 ตำแหน่ง สูงกว่าเดือนเมษายนที่ 105,000 ตำแหน่ง และสูงกว่าคาดการณ์ 110,000 ตำแหน่ง ภาคการศึกษาและสุขภาพเพิ่ม 57,000 ตำแหน่ง ส่วนการค้า ขนส่ง และสาธารณูปโภคเพิ่ม 36,000 ตำแหน่ง ตลาดจึงมองว่า Fed มีโอกาสสูงมากที่จะคงดอกเบี้ยที่ 3.5%–3.75% ในการประชุมวันที่ 16–17 มิถุนายน 2026 ถ้าแรงงานยังแข็ง ทองอาจโดนกดจากดอกเบี้ยสูง แต่ถ้าตัวเลขเริ่มแผ่ว ทองจะได้แรงหนุนเพิ่ม
3.Futures สหรัฐฯอ่อนตัว หุ้นเทคโดนขายจาก Broadcom และ CrowdStrike
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เช้านี้เริ่มพักฐาน S&P 500 futures ลดลง 0.5% หลังดัชนีหยุดสถิติขึ้น 9 วันติด ส่วน Nasdaq 100 futures ลดลง 0.7% และ Dow futures เคลื่อนไหวใกล้ทรงตัว เหตุผลหลักคือความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านทำให้ราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์ขยับขึ้น ซึ่งกดดันหุ้นเติบโตและหุ้นเทคโนโลยีโดยตรง
หุ้นที่เด่นในทางลบคือ Broadcom ร่วงราว 13%–14% หลังรายได้ไตรมาส 2 อยู่ที่ 22.19 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าคาดการณ์ 22.27 พันล้านดอลลาร์ และไม่ได้เพิ่มเป้ายอดขายชิป AI ทั้งปี ส่วน CrowdStrike ร่วงประมาณ 10% แม้ผลงานดีกว่าคาดเล็กน้อย แต่แนวโน้มรายได้ไตรมาสถัดไปออกมาน่าผิดหวัง ตลาดจึงเริ่มเลือกหุ้นมากขึ้น ไม่ได้ซื้อธีม AI แบบหลับตาเหมือนเดิม
4.หุ้นไทยสวนภูมิภาค SET ทะลุ 1,600 จุด DELTA และพลังงานนำตลาด
หุ้นไทยเช้านี้แข็งกว่าภูมิภาค ดัชนี SET ต้นภาคเช้าดีดขึ้นกว่า 10 จุด ทะลุ 1,600 จุด เพิ่มขึ้น 12.26 จุด หรือ +0.77% แรงหนุนหลักมาจากหุ้นใหญ่ โดยเฉพาะ DELTA ที่ขึ้นกว่า 6 บาท และหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น
บล.ยูโอบี เคย์เฮียนมองว่าไทยและมาเลเซียแข็งกว่าตลาดอื่น เพราะมีสัดส่วนหุ้น Commodity มากกว่า เมื่อสงครามตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ ราคาน้ำมันจึงหนุนหุ้นพลังงานไทย ขณะเดียวกันธีม AI Infrastructure ยังช่วยหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โรงไฟฟ้า และนิคมอุตสาหกรรม
แต่ต้องระวังแรงขายทำกำไร เพราะหุ้นหลายตัว valuation เริ่มตึง กรอบวันนี้ให้แนวต้าน 1,600–1,620 จุด และแนวรับ 1,574 จุด ภาพรวมคือหุ้นไทยบวกจริง แต่ต้องเลือกหุ้น ไม่ใช่ไล่ซื้อตามดัชนีอย่างเดียว
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน


