CPI สูงสุดในรอบ 3 ปี น้ำมันพุ่ง หุ้นเทคโดนขายหนัก กดดันทองคำและ SET เข้าสู่โหมดลดความเสี่ยง

Insights - เหตุการณ์ทางการเงินที่สำคัญ 4 ประการของวันนี้:
1.เงินเฟ้อสหรัฐยังไม่เย็นพอ ตลาดลดความหวัง Fed รีบลดดอกเบี้ย
เงินเฟ้อสหรัฐเดือนพฤษภาคมออกมาที่ 4.2% เพิ่มขึ้นราว 0.47% จากเดือนก่อน และอยู่สูงกว่าปีก่อนประมาณ 4.17% ภาพนี้ทำให้ตลาดยังไม่กล้ากลับไปเล่นธีมลดดอกเบี้ยเต็มตัว เพราะเงินเฟ้อยังไม่ได้เย็นลงชัดพอสำหรับหุ้นเติบโตและสินทรัพย์เสี่ยง
เงินเฟ้อพื้นฐานยังขยับขึ้นราว 0.21% จากเดือนก่อน และสูงกว่าปีก่อนประมาณ 2.82% จุดสำคัญจึงไม่ใช่ตัวเลขดัชนีดิบ แต่คือทิศทางที่ยังเหนียวพอให้ Fed ต้องระวัง โดยเฉพาะในวันที่ราคาน้ำมันกลับมาเป็นความเสี่ยงเงินเฟ้ออีกครั้ง
ฝั่งตลาดพันธบัตรและค่าเงินยังสะท้อนความระวัง บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ 10 ปีอยู่เหนือ 4.5% และดอลลาร์ยังทรงตัวแข็ง ภาพรวมจึงเป็นตลาดที่ให้น้ำหนักกับความเสี่ยงดอกเบี้ยสูงนาน มากกว่าความหวังเรื่องการผ่อนคลายนโยบาย
2.หุ้นสหรัฐร่วงแรง Nasdaq นำลง เพราะตลาดลดน้ำหนักหุ้นเทคก่อน
ตลาดหุ้นนิวยอร์กวันที่ 10 มิ.ย. ปิดลบชัดเจน โดย Dow Jones ลดลงเกือบ 2% และ S&P 500 ลดลงราว 1.6% ภาพนี้สะท้อนว่าแรงขายไม่ได้จำกัดอยู่แค่หุ้นบางกลุ่ม แต่เป็นการลดความเสี่ยงกว้างขึ้น หลังเงินเฟ้อและตะวันออกกลางกลับมากดดันพร้อมกัน
Nasdaq โดนขายหนักสุด ลดลงเกือบ 2% เพราะหุ้น growth และหุ้นเทคอ่อนไหวกับบอนด์ยีลด์มากกว่ากลุ่มอื่น เมื่อตลาดเริ่มตั้งคำถามว่า Fed อาจต้องตรึงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น valuation ของหุ้นเทคจึงถูกบีบก่อน
ประเด็นสำคัญคือการปรับฐานรอบนี้ไม่ได้มาจากตัวเลขเศรษฐกิจเพียงจุดเดียว แต่เกิดจากเงินเฟ้อ น้ำมัน และความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ที่ซ้อนกัน นักลงทุนจึงต้องดูว่าหลังตลาดย่อย CPI แล้วแรงขายในหุ้นเทคหยุดลงหรือไม่ หาก Nasdaq ยังอ่อนต่อ SET และหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไทยมีโอกาสโดน sentiment ลบตามไปด้วย
สัญญาณที่ต้องจับตาต่อคือแรงขายในหุ้นเทคจะหยุดที่การปรับพอร์ตระยะสั้นหรือกลายเป็นการลด valuation รอบใหม่ หาก Nasdaq ยังอ่อนต่อ หุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไทยและหุ้น growth ในภูมิภาคจะยังถูกกดดันตาม sentiment ตลาดโลก
3.ทองคำอ่อนตัวสวนทางน้ำมัน ตลาดกลัวดอกเบี้ยมากกว่าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
ราคาทองคำยังไม่สามารถทำหน้าที่สินทรัพย์ปลอดภัยได้เต็มที่ เพราะแรงกดดันหลักของตลาดคือเงินเฟ้อและดอกเบี้ย ไม่ใช่แค่ความเสี่ยงสงคราม ราคาทองคำล่วงหน้าอ่อนลงเล็กน้อยและยังอยู่ใกล้โซนต่ำสุดในรอบหลายเดือน โดยลงไปแตะระดับ 4,050 ดอลลาร์
ฝั่งพลังงานกลับเคลื่อนไหวอีกทาง โดย WTI ขึ้นมาใกล้ 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ความเสี่ยงตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซทำให้น้ำมันกลายเป็นตัวแปรที่ตลาดต้องจับตา เพราะน้ำมันแพงสามารถส่งผ่านเป็นเงินเฟ้อและทำให้ Fed มีพื้นที่ลดดอกเบี้ยน้อยลง ส่วนคริปโตยังสะท้อนโหมดระวังความเสี่ยงมากกว่าการไล่ซื้อรอบใหม่
4.หุ้นไทยเสี่ยงแกว่งลงตามภูมิภาค DELTA และหุ้นชิ้นส่วนฯ ยังเป็นจุดกดดัน
ตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ SET มีแนวโน้มแกว่งลงตามตลาดต่างประเทศ แม้ CPI สหรัฐออกมาในกรอบตามคาด แต่ระดับเงินเฟ้อที่ปรับขึ้นและบอนด์ยีลด์สหรัฐที่ยังสูงทำให้นักลงทุนกังวลว่าดอกเบี้ยอาจไม่ลงเร็ว ขณะเดียวกันสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดและกดดัน sentiment ภูมิภาค
SET ปิดล่าสุดที่ 1,563.59 จุด ลดลง 1.30% โดย DELTA เป็นแรงกดดันสำคัญต่อดัชนี ขณะที่ตลาดเอเชียเช้านี้เปิดในแดนลบตามความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ น้ำมัน และดอกเบี้ยสหรัฐฯ
กรอบที่ต้องจับตาคือแนวรับ SET แถว 1,550 จุด และแนวต้าน 1,580 จุด หากตลาดโลกยังขายหุ้นเทคต่อ หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ไทยจะยังเป็นจุดเสี่ยงของดัชนี แต่ถ้าบอนด์ยีลด์เริ่มนิ่งและน้ำมันไม่เร่งต่อ ตลาดไทยยังพอมีโอกาสรีบาวด์สั้นจากหุ้นที่ถูกขายแรงก่อนหน้า
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน


