ทองคำแตะ 5,100 ดอลลาร์รับวิกฤตการเมืองสหรัฐฯ และสงคราม ขณะหุ้นไทยหวังเม็ดเงินเลือกตั้งหมื่นล้านปลุกชีพดัชนี

Insights - เหตุการณ์ทางการเงินที่สำคัญ 4 ประการของวันนี้:
1.สมรภูมิ Fed กับรอยร้าวภายใน เมื่อการเมืองบีบคั้นความเป็นอิสระของ Jerome Powell
บรรยากาศการประชุม FOMC นัดแรกของปี 2026 ในวันที่ 27-28 มกราคมนี้ เต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ไม่ได้มาจากเพียงแค่ตัวเลขเศรษฐกิจ แต่มาจากปัจจัยทางการเมืองที่เข้มข้นที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
Jerome Powell ในฐานะประธาน Fed กำลังเผชิญกับการตรวจสอบความเป็นอิสระของธนาคารกลางอย่างหนักจากฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี Donald Trump ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ตลาดส่วนใหญ่ 97% จะคาดการณ์ว่า Fed จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับร้อยละ 3.50 ถึง 3.75 ในรอบนี้ แต่ความแตกแยกภายในบอร์ดเริ่มเห็นได้ชัดเจน โดยสมาชิกบางส่วนอย่าง Stephen Miran สนับสนุนการลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในขณะที่สายเหยี่ยวอย่าง Austan Goolsbee ยังกังวลเรื่องเงินเฟ้อพื้นฐานที่ยังหนืด ท่ามกลางตัวเลข GDP ไตรมาสล่าสุดที่ขยายตัวถึงร้อยละ 4.4 ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์และสะท้อนความร้อนแรงของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
2.ประวัติศาสตร์ต้องจารึก! ทองคำทะยานสู่ 5,100 ดอลลาร์ ทิ้งห่าง Bitcoin
วันที่ 27 มกราคม 2026 กลายเป็นวันประวัติศาสตร์เมื่อราคาทองคำ (XAUUSD) พุ่งทะลุระดับ 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรก การทะยานขึ้นครั้งนี้เป็นผลโดยตรงจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งข่าวลือเรื่องการโจมตีคลังน้ำมันในเวเนซุเอลาและท่าทีแข็งกร้าวต่ออิหร่าน ส่งผลให้นักลงทุนแห่เข้าหา “Safe Haven” ที่ปลอดภัยที่สุด
ในขณะที่ฝั่งสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin (BTC) กลับทำได้เพียงเคลื่อนไหวในกรอบพักตัวบริเวณ 86,000 ถึง 89,000 ดอลลาร์ เนื่องจากความสัมพันธ์กับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่กลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง ทำให้ Bitcoin ยังไม่สามารถทำหน้าที่ป้องกันความเสี่ยงจากสงครามได้ดีเท่าทองคำในรอบนี้
อย่างไรก็ตาม ตลาดคริปโตยังมีปัจจัยบวกจากกระแสข่าวการจัดตั้ง XRP ETF ที่ช่วยพยุงความเชื่อมั่นในกลุ่ม Altcoins บางส่วนไว้ได้
3.เดิมพันครั้งใหญ่ของกลุ่ม Magnificent 7 บททดสอบ AI Trade ที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจับจ้องไปที่การประกาศผลประกอบการของยักษ์ใหญ่กลุ่ม Magnificent 7 ทั้ง Microsoft, Meta Platforms, Tesla และ Apple ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่ากระแสการลงทุนใน AI ยังมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งเพียงพอหรือไม่
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไรของกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่อาจเติบโตได้ถึงร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ Microsoft ที่ถูกคาดหวังผลกำไรเติบโตร้อยละ 20 จากอานิสงส์ของระบบ Cloud และ AI
อย่างไรก็ตาม ความล้มเหลวของ Intel ที่ราคาหุ้นร่วงลงถึงร้อยละ 17 ก่อนหน้านี้จากปัญหาการผลิตชิป AI เป็นสัญญาณเตือนว่าไม่ใช่ทุกบริษัทเทคโนโลยีจะได้รับชัยชนะในศึกนี้ หากผลประกอบการของยักษ์ใหญ่ไม่ออกมาตามนัด อาจเกิดการปรับฐานของตลาดการเงินอย่างรุนแรงจากการประเมินค่า AI สูงเกินไป
4.หุ้นไทยกับการลุ้นระลอกใหม่ เม็ดเงินเลือกตั้ง 9 พันล้านจะช่วยกู้ชีพดัชนีได้จริงหรือ?
สำหรับตลาดหุ้นไทย (SET Index) แม้จะปิดตัวในแดนลบที่ 1,307.07 จุด ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายที่ค่อนข้างเงียบเหงา แต่นักลงทุนต่างเริ่มมองหาโอกาสจากปรากฏการณ์ “Election Rally” รับข่าวการเลือกตั้งทั่วไปปี 2026 ที่กำลังจะมาถึง สิ่งที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างคือขนาดของงบประมาณที่ กกต. เตรียมไว้สูงถึง 8,978 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าปี 2023 เกือบสองเท่า
เม็ดเงินมหาศาลนี้จะกลายเป็นการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากโดยตรง ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีกโดยเฉพาะ CPALL และ CPAXT ที่เป็นเป้าหมายหลักจากการคาดการณ์แรงซื้อในการหาเสียง สถิติย้อนหลังบ่งชี้ว่าดัชนีมักปรับตัวขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 2.1 ในช่วงสองสัปดาห์ก่อนเลือกตั้ง ทำให้นักวิเคราะห์แนะนำสะสมหุ้น Large-cap เพื่อรอรับรอบใหญ่ในช่วงกลางปีนี้
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน




