ทองร่วงแรง สังเวยเงินเฟ้อพุ่ง เฟดส่งสัญญาณปีนี้ ลดดอกเบี้ยครั้งเดียว
- ซานตาคลอสแรลลี่เดือนธันวาคม: หุ้นสหรัฐและยุโรปกำลังจะทำจุดสูงสุดใหม่หรือไม่?

Insights - เหตุการณ์ทางการเงินที่สำคัญ 4 ประการของวันนี้:
1.เงินเฟ้อพุ่ง เฟดส่งสัญญาณปีนี้ ลดดอกเบี้ยครั้งเดียว
สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ เผชิญความท้าทายครั้งใหญ่เมื่อตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตหรือ PPI ประจำเดือนกุมภาพันธ์พุ่งทะยานขึ้นถึง 0.7% ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ค่อนข้างมาก
แรงกดดันด้านเงินเฟ้อระดับขายส่งที่ยังคงร้อนแรงนี้ ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50% ถึง 3.75% อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดย Jerome Powell ได้ประเมินสถานการณ์อย่างระมัดระวังว่า ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะเป็นปัจจัยหลักที่กดดันให้เงินเฟ้อภาพรวมทรงตัวในระดับสูงต่อไป ทำให้ข้อมูลคาดการณ์ Dot Plot ล่าสุดชี้ชัดว่า ตลาดอาจได้เห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นตลอดทั้งปี 2026 ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ปกคลุมเศรษฐกิจโลก
2.สงครามเดือด ดันราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 111 ดอลลาร์
วิกฤตการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น เมื่ออิหร่านเปิดฉากยิงขีปนาวุธโจมตีศูนย์กลางอุตสาหกรรม Ras Laffan ในประเทศกาตาร์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวส่งออกที่ใหญ่ที่สุดในโลกจนได้รับความเสียหาย
เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลกในทันที ประกอบกับการขนส่งเรือน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกระงับชั่วคราว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะยานขึ้นกว่า 7% ทะลุระดับ 111 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่าหากสถานการณ์การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยืดเยื้อ อาจผลักดันให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นไปแตะ 130 ดอลลาร์ได้ในไตรมาสถัดไป
3.ทองคำหลุด 4,850 ดอลลาร์ สังเวยพิษตรึงดอกเบี้ย
ราคาทองคำเผชิญแรงเทขายอย่างหนักหน่วงจนร่วงหลุดระดับ 4,850 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2024 ปัจจัยกดดันหลักไม่ได้มาจากไหน แต่เป็นผลพวงโดยตรงจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงและท่าทีของเฟดที่กอดอัตราดอกเบี้ยระดับสูงไว้แน่น ทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยนั้นสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ นักลงทุนจึงเลือกที่จะเทขายเพื่อปรับพอร์ตรับมือกับทิศทางดอกเบี้ยที่ยังคงเข้มงวด
4.ตลาดหุ้นไทยรับแรงกระแทก จับตาหุ้นพลังงานต้นน้ำสู้ภัยเงินเฟ้อ
ดัชนี SET Index มีแนวโน้มแกว่งตัวลงในแดนลบอย่างชัดเจน โดยประเมินกรอบแนวรับแนวต้านไว้ที่ 1,410 ถึง 1,450 จุด ตลาดบ้านเรากำลังรับแรงกระแทกหนักจากสามทิศทาง ทั้งเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่พุ่งสูง แนวโน้มเฟดที่ชะลอการลดดอกเบี้ย และราคาน้ำมันโลกที่พุ่งทะยานจากภาวะสงคราม
ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจภายในประเทศจะเผชิญกับภาวะชะงักงันพร้อมกับเงินเฟ้อเริ่มชัดเจนขึ้น กลยุทธ์การลงทุนในช่วงเวลานี้จึงต้องเน้นการตั้งรับอย่างมีสติ โดยกลุ่มที่น่าจับตามองและได้ประโยชน์โดยตรงคือหุ้นพลังงานต้นน้ำที่รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันแพง รวมถึงแนะนำให้โยกเม็ดเงินไปพักในกลุ่ม Consumer Staple และ Defensive Play เพื่อลดความผันผวนและปกป้องพอร์ตลงทุนของคุณให้ปลอดภัยที่สุด
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน


