ทองทะลุ $5,600 หลัง Fed แตะเบรกดอกเบี้ยสู้แรงกดดันการเมือง ด้านแบงก์ชาติไทยออกกฎเหล็กคุมเทรดออนไลน์สกัดบาทแข็ง

Insights - เหตุการณ์ทางการเงินที่สำคัญ 4 ประการของวันนี้:
1.รอยร้าวใน Fed กับการหยุดพักที่เต็มไปด้วย “ความกังวล”
การประชุม FOMC เมื่อวันที่ 28 มกราคม2026 กลายเป็นเหตุการณ์ The Anxious Pause ที่นักลงทุนต้องจารึก เมื่อคณะกรรมการมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 10 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50% - 3.75%
แต่ความน่าสนใจอยู่ที่การเห็นต่างของ Stephen Miran และ Christopher Waller ที่โหวตให้ลดดอกเบี้ยลงอีก 25 Basis Points เพื่อสกัดความเสี่ยงในตลาดแรงงาน หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นเพียง 50,000 ตำแหน่ง ซึ่งต่ำจนน่าตกใจ ขณะที่ Jerome Powell ต้องเผชิญความตึงเครียดในการรักษาความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ท่ามกลางแรงกดดันจากประธานาธิบดี Donald Trump ที่ต้องการให้ลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์และลดภาระหนี้ประเทศ ทัศนะเชิงลึกสะท้อนว่าอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันอาจไม่ใช่ระดับที่สูงอีกต่อไป แต่อาจเป็น New Normal ที่ระดับพื้นของเงินเฟ้อขยับขึ้นไปอยู่ที่ 2.5% - 3.0% ตามโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่
2.ทองคำทุบสถิติโลก $5,600 แรงจนตามราคากันไม่ทัน!
ในวันที่ความเชื่อมั่นในดอลลาร์สหรัฐฯ เริ่มสั่นคลอนจากการเมืองที่คาดเดาไม่ได้ ราคาทองคำได้พุ่งทะยานแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $5,600 ต่อออนซ์ นักวิเคราะห์ Ross Norman นิยามปรากฏการณ์นี้ว่าเป็น Trump Hedge หรือเครื่องมือป้องกันความผันผวนจากนโยบายของประธานาธิบดี มากกว่าจะเป็นเพียงการกันเงินเฟ้อแบบดั้งเดิม
จุดที่น่าจับตามองที่สุดคือบทบาทของ Tether Holdings SA ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ที่สุดในกลุ่มเอกชน โดยสะสมทองคำแท่งไว้ถึง 140 ตัน มูลค่ากว่า 23,000 ล้านดอลลาร์ และยังมีแผนจัดสรรเงินลงทุนอีก 15% ของพอร์ตเข้าสู่ทองคำกายภาพอย่างต่อเนื่อง
การพุ่งขึ้นกว่า 90% นับตั้งแต่ประธานาธิบดี Donald Trump รับตำแหน่งสมัยที่สอง ยิ่งตอกย้ำว่าทองคำคือ “ผู้ชนะ” ที่แท้จริงเหนือสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin ที่ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด $88,000 - 90,000$ ดอลลาร์
3.สมรภูมิ AI ที่ต้องแลกด้วยกำไรจริงและ Stablecoin ตัวใหม่จาก Fidelity
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเข้าสู่โหมดระมัดระวัง แม้ดัชนีจะยังบวกได้เล็กน้อย แต่ Hurdle Rate หรือต้นทุนเงินทุนที่สูงกว่า 3.5% กำลังบีบให้บริษัทเทคโนโลยีต้องพิสูจน์ผลกำไรที่จับต้องได้ ยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft (MSFT) ถูกจับตาจากการทุ่มงบลงทุน (CAPEX) ด้าน AI มหาศาลถึง 475,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 ทำให้ตลาดหันมาให้ราคากับบริษัทที่มีกระแสเงินสดจริงมากกว่าแค่เรื่องเล่า ขณะที่ Nvidia (NVDA) ยังคงสถานะผู้นำที่แข็งแกร่งเหนือ S&P 500
อีกประเด็นที่เขย่าวงการคริปโตคือการที่ Fidelity Investments เตรียมเปิดตัว Fidelity Digital Dollar (FIDD) เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด Stablecoin และสร้างสะพานเชื่อมระหว่างโลกการเงินดั้งเดิมกับ Blockchain ภายใต้กฎระเบียบใหม่ของสหรัฐฯ
4.แบงก์ชาติไทยออกกฎเหล็กคุมเทรดทองออนไลน์สกัดบาทแข็งสำหรับประเทศไทย
ประเด็นร้อนที่สุดคือการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศมาตรการฉุกเฉิน โดยจำกัดการซื้อขายทองคำออนไลน์ไว้ที่ ไม่เกิน 50 - 100 ล้านบาทต่อบัญชีต่อวัน เพื่อสกัดกั้นการเก็งกำไรที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็วมาอยู่ที่ระดับ 31.20 บาทต่อดอลลาร์ จนกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกและธุรกิจท่องเที่ยว
ด้านตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET ปิดที่ 1,338.90 จุด เพิ่มขึ้น 0.33% โดยมีหุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTT และ PTTEP เป็นดาวเด่นพยุงตลาดจากอานิสงส์ราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้นเนื่องจากพายุฤดูหนาว ในสหรัฐฯ กระทบการผลิต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระวังมาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้ารูปแบบอื่นๆ หากสถานการณ์บาทยังไม่คลี่คลาย
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน




