วิกฤตศรัทธา Fed ดันทองคำและ Tech สหรัฐฯ ทุบสถิติโลก ส่วนหุ้นไทยดิ่งแต่ยังมีหุ้นปันผลสูงเป็นเกราะกำบัง

Insights - เหตุการณ์ทางการเงินที่สำคัญ 4 ประการของวันนี้:
1.ศึกชิงอำนาจเหนือ Fed เขย่าขวัญ Wall Street แต่ AI ยังแบกตลาด
โลกการเงินต้องจารึกเหตุการณ์ระทึก เมื่อกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) เปิดฉากสอบสวนทางอาญาต่อ Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ในข้อหาที่ถูกมองว่าเป็นเกมการเมืองเพื่อบีบให้ลาออกและลดดอกเบี้ยตามใบสั่ง
ข่าวนี้ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งลงเหวในช่วงแรกเพราะนักลงทุนกลัวว่า Fed จะสูญเสียความเป็นอิสระ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความเชื่อมั่นในค่าเงินดอลลาร์ แต่ท้ายที่สุดดัชนีหลักอย่าง S&P 500 และ Nasdaq ก็ดีดกลับมาปิดบวกทำจุดสูงสุดใหม่ได้สำเร็จ โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญยังคงมาจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ที่แข็งแกร่งจนนักลงทุนเลือกที่จะมองข้ามความเสี่ยงทางการเมืองไประยะสั้น
2.วิกฤตศรัทธาดอลลาร์ ดันทองคำทะลุทำ All-Time High
เมื่อเสาหลักทางการเงินอย่าง Fed สั่นคลอน สินทรัพย์ทางเลือกจึงกลายเป็นหลุมหลบภัยที่ร้อนแรงที่สุด ราคาทองคำพุ่งทะยานทำสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ระดับ 4,630 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนความกลัวว่าค่าเงินดอลลาร์จะถูกด้อยค่าจากนโยบายประชานิยม
ในขณะที่โลหะเงิน (Silver) ก็ไม่น้อยหน้า พุ่งขึ้นกว่า 7.5% ทะลุ 85 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทางด้านสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin ก็ตอบรับข่าวนี้ด้วยการพุ่งแตะ 92,356 ดอลลาร์ ก่อนย่อตัวลงเล็กน้อย ซึ่งเป็นการยืนยันบทบาทในฐานะสินทรัพย์ที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากความล้มเหลวของระบบธนาคารกลางได้อย่างชัดเจน
3.Google ผงาดมูลค่า 4 ล้านล้านดอลลาร์ ดีลประวัติศาสตร์ Apple เปลี่ยนโลก
ท่ามกลางความผันผวน Alphabet (Google) ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยมูลค่ากิจการทะลุ 4 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก ปัจจัยหนุนสำคัญคือดีลยักษ์ใหญ่ที่ Apple ตัดสินใจเลือกใช้ Gemini AI ของ Google มาขับเคลื่อนระบบ Siri ใน iPhone ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนเกมที่ทำให้ Google เข้าถึงฐานผู้ใช้งานมหาศาลทันที
นอกจากนี้ การที่ Walmart ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกกำลังจะถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี Nasdaq-100 ยังสะท้อนเทรนด์ใหม่ที่เส้นแบ่งระหว่างเทคโนโลยีและการค้าปลีกกำลังจางหายไป ซึ่งเป็นธีมการลงทุนหลักที่ต้องจับตามองในปี 2026 นี้
4.การเมืองไทยเดือดฉุด SET ร่วงหนัก แต่ UVAN ยังยืนแกร่งสวนกระแส
ตัดภาพกลับมาที่ประเทศไทย บรรยากาศการลงทุนช่างแตกต่างจากความคึกคักของหุ้น Tech สหรัฐฯ อย่างสิ้นเชิง ตลาดหุ้นไทย (SET Index) โดยดัชนีร่วงลงเกือบ 12 จุด มาปิดที่ 1,242.20 จุด โดยสถาบันในประเทศเทขายเกือบ 3 พันล้านบาท เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า “คนใน”กำลังกังวลกับสถานการณ์ภายในประเทศมากกว่านักลงทุนต่างชาติเสียอีก
อย่างไรก็ตาม ในวิกฤตยังมีโอกาส หุ้นกลุ่ม Defensive อย่าง UVAN (ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม) กลับยืนบวกสวนตลาดได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยราคาที่ยังถูก (P/E เพียง 7.7 เท่า) และปันผลสูงเกือบ 8% โดยได้รับอานิสงส์จากนโยบายไบโอดีเซล B50 ของอินโดนีเซียที่จะช่วยพยุงราคาปาล์มโลกไม่ให้ตกต่ำ
*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา
การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน




