TradingKey - ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีเผชิญระลอกคลื่นการลาออก: เจริญรอยตาม Anthropic เมื่อ Andrew Tulloch บุคคลสำคัญด้าน Meta AI ประกาศลาออกเช่นกัน
ตามรายงานของ Semafor เมื่อวันที่ 10 กันยายน ระบุว่า Andrew Tulloch นักวิจัย AI ระดับท็อปของเมตา (Meta: META) ได้ตัดสินใจลาออกจากเมตา ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อกลยุทธ์ของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ในการทุ่มเงินดึงตัวบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเพื่อผลักดันการพัฒนา AI ทั้งนี้ ณ เวลาที่รายงานข่าว หุ้นของเมตาร่วงลง 0.79% ในการซื้อขายช่วงข้ามคืน หลุดระดับ 650 ดอลลาร์ ลงมาเคลื่อนไหวที่ 648.17 ดอลลาร์

กราฟหุ้นเมตา ที่มา: TradingView
Andrew Tulloch เคยทำงานที่เมตาเป็นเวลา 11 ปี ก่อนจะย้ายไป OpenAI ซึ่งเขาได้มีส่วนร่วมในการฝึกฝนโมเดลหลัก เช่น GPT-4o และ o3 รวมถึงร่วมก่อตั้ง Thinking Machines Lab ทั้งนี้ เพื่อเร่งลดช่องว่างด้านความก้าวหน้าในการพัฒนาโมเดล เมตาจึงดึงตัวเขากลับมาร่วมงานเมื่อช่วงปลายปี 2025 ด้วยแพ็กเกจค่าตอบแทนมหาศาลระดับ 1 พันล้านถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจลาออกของเขาหลังจากกลับมาทำงานที่เมตาได้ไม่ถึงหนึ่งปี ได้ตอกย้ำถึงความท้าทายอันลึกซึ้งที่เมตากำลังเผชิญในการผลักดันปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง (superintelligence) และการอัปเกรดกลยุทธ์ด้าน AI
Tulloch ตัดสินใจลาออกจากบริษัทหลังจากมีการเปิดตัวโมเดล AI โอเพ่นซอร์สซีรีส์ใหม่และผู้ช่วย AI ชื่อ Muse เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แม้ว่าสิ่งนี้จะช่วยบรรเทาผลกระทบต่อความก้าวหน้าด้าน AI ของบริษัทได้บ้าง แต่การลาออกของสถาปนิกหลักระดับท็อปจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการปรับปรุงโครงสร้างสถาปัตยกรรมพื้นฐานและประสิทธิภาพการฝึกฝนโมเดลฐานราก (foundation models) รุ่นถัดไปของเมตา เช่น การอัปเกรดซีรีส์ Llama ในอนาคต นอกจากนี้ รอยร้าวได้เริ่มปรากฏขึ้นในปราการด้านบุคลากรที่เมตาทุ่มเงินมหาศาลเพื่อสร้างขึ้น ส่งผลให้ตลาดต้องประเมินใหม่อีกครั้งว่า เมตาสามารถมอบสภาพแวดล้อมการวิจัยและพัฒนา AI ที่ดึงดูดใจได้ดีกว่า OpenAI, Anthropic หรือกูเกิล (Google: GOOG) ได้จริงหรือไม่
ในขณะนี้ Tulloch ยังไม่ได้เปิดเผยเหตุผลในการลาออกจากเมตา อย่างไรก็ตาม แตกต่างจาก Jacob Coxon นักวิจัยหลักของ Anthropic ที่ก้าวออกจากวงการ AI ไปแล้ว จึงไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่ Tulloch อาจจะหวนกลับคืนสู่ OpenAI หรือ Thinking Machines Lab