TradingKey - เมื่อวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ เอ็นวิเดีย ( NVDA) ได้ยื่นแบบรายงาน Schedule 13G ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) โดยเปิดเผยการถือครองหุ้นในเนบิอุส กรุ๊ป ( NBIS) ในสัดส่วนประมาณ 9.3% ของหุ้นสามัญ Class A ซึ่งคิดเป็นจำนวน 22,256,412 หุ้น ทั้งนี้ หลังจากการประกาศดังกล่าว หุ้นของเนบิอุสพุ่งขึ้นกว่า 7% ในช่วงก่อนเปิดตลาดปกติเมื่อวันอังคาร โดย ณ เวลาที่รายงานข่าว หุ้นเนบิอุสซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 194.45 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6.48%

[แหล่งที่มา: Futu]
การถือครองหุ้นครั้งนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ โดยแบบรายงานระบุว่าการถือครองหุ้นดังกล่าวรวมถึงหุ้นสามัญจำนวน 1.1905 ล้านหุ้นที่เอ็นวิเดียเคยรายงานไปก่อนหน้านี้ในแบบรายงาน 13F รวมถึงหุ้นจำนวน 21.0659 ล้านหุ้นที่สามารถแปลงสภาพมาจากใบสำคัญแสดงสิทธิแบบชำระเงินล่วงหน้า (prepaid warrant) ทั้งนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิและหุ้นรองรับดังกล่าวจะถูกล็อกไว้จนถึงวันที่ 11 กันยายน แต่เนื่องจากสามารถใช้สิทธิได้ภายใน 60 วันหลังวันที่ 13 กรกฎาคม หน่วยงานกำกับดูแลจึงกำหนดให้เอ็นวิเดียต้องรวมหุ้นที่รองรับใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวเข้าไว้ในการถือครองหุ้นในฐานะผู้ได้รับประโยชน์ ซึ่งทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 9.3% จากประมาณ 8.3% ในเดือนมีนาคม
การถือหุ้นครั้งนี้เป็นผลมาจากแผนการลงทุนมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ที่เอ็นวิเดียประกาศเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ซึ่งในขณะนั้นเอ็นวิเดียได้เข้าร่วมในการระดมทุนของเนบิอุสที่ราคาซื้อขายจริง 94.94 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพื่อสนับสนุนการขยายศูนย์ข้อมูลของบริษัท นอกจากนี้ การยื่นแบบรายงาน Schedule 13G ถือเป็นการรายงานการถือครองหุ้นเชิงรับตามมาตรฐาน (passive ownership) และไม่ได้หมายความว่าเอ็นวิเดียกำลังเตรียมที่จะเริ่มดำเนินการเข้าซื้อกิจการ
เนบิอุสซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เดิมแยกตัวมาจากธุรกิจในยุโรปของยานเดกซ์ (Yandex) ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีของรัสเซีย และหลังจากเริ่มดำเนินงานอย่างเป็นอิสระในปี 2024 บริษัทได้มุ่งเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ AI โดยให้บริการเช่ากำลังการประมวลผล GPU แก่บริษัทต่าง ๆ ที่ฝึกฝนและรันโมเดล AI ทั้งนี้ เนบิอุสแตกต่างจากผู้ให้บริการคลาวด์แบบดั้งเดิม โดยจะเน้นไปที่งานที่ต้องใช้ GPU อย่างหนัก และวางแผนที่จะวางระบบกำลังการประมวลผลมากกว่า 5 กิกะวัตต์ภายในสิ้นปี 2030 ซึ่งหมายถึงการจัดซื้อโปรเซสเซอร์ของเอ็นวิเดียเป็นจำนวนมาก
สำหรับเอ็นวิเดียแล้ว บริษัททำหน้าที่เป็นทั้งซัพพลายเออร์และผู้ถือหุ้นของเนบิอุส โดยเอ็นวิเดียจัดหา GPU ให้กับเนบิอุสพร้อมกับถือหุ้นในบริษัทไปด้วย ซึ่งทำให้มีรายได้จากฮาร์ดแวร์ขณะเดียวกันก็ได้รับผลตอบแทนจากการเติบโตในอนาคตของลูกค้าด้วยเช่นกัน ด้านมุมมองของตลาดบางส่วนชี้ว่า ข้อตกลงลักษณะนี้ทำให้เส้นแบ่งระหว่างอุปสงค์ที่เป็นอิสระและการสนับสนุนจากซัพพลายเออร์นั้นเลือนลาง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จากแบงก์ ออฟ อเมริกา (Bank of America) ประเมินว่า ข้อตกลงแบบวงกลม (circular agreements) เหล่านี้จะมีสัดส่วนเพียง 5% ถึง 10% ของงบรายจ่ายด้าน AI ที่คาดว่าจะสูงถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030
ในวันเดียวกัน นอร์ทแลนด์ (Northland) วาณิชธนกิจแห่งวอลล์สตรีท ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของหุ้นเนบิอุสจาก 248 ดอลลาร์เป็น 410 ดอลลาร์ และคงคำแนะนำ 'ซื้อมากกว่าตลาด' (Outperform) โดยแสดงความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการเติบโตของส่วนแบ่งการตลาดในตลาดการให้บริการ AI (AI-as-a-service) ขณะเดียวกัน ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม รีเฟล็กชัน (Reflection) ซึ่งเป็นสตาร์ทอัปด้าน AI ได้ลงนามในข้อตกลงด้านการประมวลผลมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์กับเนบิอุส ซึ่งรวมถึงการเข้าถึงชิปรุ่นล่าสุดของเอ็นวิเดียด้วย