สัญญาซื้อขายล่วงหน้า WTI (USOIL-F) ปรับลง 6.09% ณ วันที่ 27 ก.ค. เวลา 00:05(ET) อยู่ที่ $84.91 โดยมีการเคลื่อนไหวในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ปรับขึ้น 3.08%

ปัจจัยกระตุ้นหลักที่ทำให้เกิดแรงกดดันปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงต่อราคาน้ำมันดิบ WTI คือการผ่อนคลายลงอย่างมีนัยสำคัญของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง รายงานเกี่ยวกับความคืบหน้าครั้งสำคัญทางการทูตอย่างครอบคลุมส่งผลให้ค่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk premium) ที่สะท้อนอยู่ในราคาตลาดมานานหลายเดือนนั้นปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่นักลงทุนสถาบันกำลังประเมินความเป็นไปได้ของการหยุดชะงักของอุปทานอีกครั้ง ซึ่งนำไปสู่การเทขายเพื่อปิดสถานะซื้อ (long positions) ครั้งใหญ่ เนื่องจากภัยคุกคามต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางการค้าทางทะเลในภูมิภาคที่เคยประเมินไว้นั้นลดน้อยลง
ขณะเดียวกัน แนวโน้มอุปสงค์ได้ย่ำแย่ลงหลังจากการเปิดเผยตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่น่าผิดหวังอย่างต่อเนื่องจากประเทศผู้บริโภคหลักของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลกิจกรรมการผลิตและอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมจากจีนได้ตอกย้ำถึงการชะลอตัวอย่างต่อเนื่องของระบบเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก การอ่อนตัวทางเศรษฐกิจมหภาคนี้บีบให้เหล่านักวิเคราะห์ต้องปรับลดคาดการณ์การบริโภคทั่วโลก ซึ่งบ่งชี้ว่าสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานในช่วงที่เหลือของปีอาจจะหลวมกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ การเปลี่ยนแปลงของความเชื่อมั่นดังกล่าวส่งผลให้ความสนใจของตลาดเปลี่ยนจากการขาดแคลนอุปทานไปสู่ความเป็นไปได้ที่จะเกิดสถานการณ์อุปทานล้นตลาดแทน
ในมุมมองทางเทคนิค การหลุดแนวรับสำคัญใกล้กับระดับทางจิตวิทยาที่สำคัญได้จุดชนวนให้เกิดระลอกของแรงเทขายอย่างเป็นระบบ โดยที่ปรึกษาด้านการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ (commodity trading advisors) และแบบจำลองอัลกอริทึมที่ติดตามโมเมนตัมและความผันผวน น่าจะมีส่วนทำให้ทิศทางขาลงรุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อแนวรับทางเทคนิคถูกทำลายลง การถอนตัวของนักลงทุนสถาบันนี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะความผันผวนที่สูงขึ้น ซึ่งช่วยขยายขอบเขตการเคลื่อนไหวของราคาในระหว่างวันให้รุนแรงขึ้น เนื่องจากสภาพคล่องที่เบาบางลงและมีการแตะคำสั่งตัดขาดทุน (stop-loss) ตลอดแนวเส้นโค้งราคาฟิวเจอร์ส (futures curve)
นอกจากนี้ การแข็งค่าอย่างเห็นได้ชัดของดอลลาร์สหรัฐยังสร้างปัจจัยต้านทานที่สำคัญต่อกลุ่มพลังงาน เนื่องจากเมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก น้ำมันดิบซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์จะแพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อต่างประเทศ ซึ่งเป็นการบั่นทอนอุปสงค์ทั่วโลกโดยปริยาย แรงกดดันที่เกิดจากปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนนี้ ประกอบกับการคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนไปในเชิงคุมเข้มนโยบายการเงิน (hawkish) สะท้อนให้เห็นถึงการตึงตัวที่กว้างขึ้นของภาวะทางการเงิน ซึ่งมักจะสร้างแรงกดดันต่อสินค้าโภคภัณฑ์ที่เคลื่อนไหวตามวัฏจักรเศรษฐกิจ (pro-cyclical commodities) ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงจับตาการประชุมคณะกรรมการติดตามร่วมระดับรัฐมนตรีของกลุ่ม OPEC+ ที่กำลังจะมาถึง เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนโควตาการผลิตที่อาจเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความผันผวนของราคาดังกล่าว
ในเชิงเทคนิค สัญญาซื้อขายล่วงหน้า WTI (USOIL-F) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ 0.000 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณเป็นกลาง ขณะที่ค่า RSI ที่ 54.901 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 37.412 แสดงถึงสภาวะซื้อ โปรดติดตามอย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์และความเสี่ยงล่าสุด: