ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ (Forex/Fx) เป็นตลาดทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก.  เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา NYSE ที่มีมูลค่าเทรดรวมวันละ 100,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐนั้น ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศที่มีมูลค่าเทรดรวมมากถึงวันละ 4 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ. ทำให้ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศนั้นเป็นตลาดทางการเงินที่สำคัญที่สุดในโลก และมีโอกาสเพียงพอสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศนี้.

โดยทั่วไปแล้ว การเทรดฟอเร็กซ์จะไม่มีการเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่น ไม่มีการกำหนดปริมาณขั้นต่ำในการซื้อขาย และมีค่าธรรมเนียมสเปรดที่ต่ำ ตลาดฟอเร็กซ์นั้นเปิดให้นักลงทุนได้ทำการซื้อขายตลอดเวลา ท่านจึงสามารถเลือกเวลาซื้อขายได้ตามต้องการ ในตลาดฟอเร็กซ์นั้นจะไม่มีบุคคลใดสามารถครอบครองตลาดแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งแตกต่างจากการลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก นอกจากนี้นักลงทุนมักจะใช้เลเวอเรจในการซื้อขายส่งผลให้ใช้มาร์จิ้นเพียงเล็กน้อยแต่สามารถทำกำไรได้มากขึ้น (และสามารถสูญเสียได้มากขึ้นในขณะเดียวกัน) ด้วยสภาพคล่องที่สูง ไม่มีกำแพงในการเข้าถึงตลาด และเครื่องมือเทรดที่มีหลากหลาย ทำให้ตลาดฟอเร็กซ์ได้เปรียบมากกว่าการลงทุนประเภทอื่น โปรดทราบว่าการเทรดฟอเร็กซ์ และสัญญาซื้อขายส่วนต่างด้วยการใช้มาจิ้นนั้นมีความเสี่ยงที่สูง และไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกท่าน โปรดอ่าน เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อขาย

มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อแนวโน้มระยะกลางและระยะยาวในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ เช่นผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP), ดัชนี NFP ของอเมริกา, ดัชนี้ผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิต, ยอดซื้อสินค้าคงทน, การเรียกร้องสิทธิจากการว่างงาน, ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม, ดุลการค้า, อัตราการว่างงาน, ดัชนียอดขายปลีกและอื่น ๆ ความแตกต่างระหว่างข้อมูลที่เปิดเภยต่อสาธารณะและความคาดหวังจะส่งผลต่อคู่เงินนั้น ๆ


ดัชนี NFP เป็นหนึ่งในดัชนีที่สำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราของอเมริกา การเพิ่มขึ้นของ NFP และค่าแรงงานเฉลี่ยบ่งชี้ว่าการจ้างงานมีการเติบโต และมีโอกาสที่แรงกดดันค่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น ในหลาย ๆ กรณีธนาคารกลางของอเมริกาจะยับยั้งเหตุการณ์ด้วยการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยซึ่งส่งผลดีต่อเงินดอลล่าร์ ในทางกลับกันถ้าเกิดว่าดัชนี NFP ลดลงอย่างต่อเนื่อง นั่นหมายความว่าเศรษฐกิจเริ่มที่จะชะลอตัวในระดับนึง ส่งผลให้มีโอกาสมากขึ้นี่จะเกิดการปรับลดดอกเบี้ยและทำให้ค่าเงินดอลล่าร์ลดลง.

นอกจากนั้นการตัดสินใจของธนาคารกลางของแต่ละประเทศในเรื่องดอกเบี้ย ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อตลาดแลกเปลี่ยนค่าเงิน ยกตัวอย่างในอเมริกาค่าดอกเบี้ยจะถูกตัดสินโดยคณะกรรมการของธนาคารกลางของอเมริกา(FOMC) การกำหนดราคาดอกเบี้ยนั้นสำคัญมาก เนื่องจากธนาคารกลางของแต่ละประเทศจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยและนโยบายทางการเงินต่าง ๆ จากหลาย ๆ อย่างรวมกันอย่างเช่น การเติบโตทางเศราฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และการว่างงานเป็นต้น เพราะเหตุนั้นการกำหนดอัตราดอกเบี้ยจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของอัตราดอกเบี้ยในอนาคตด้วย

ถ้าธนาคารกลางของประเทศตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ย ในอนาคตอัตราการฝากเงินจะลดลงทำให้เงินย้ายจากธนาคารไปยังตลาด เป็นการส่งเสริมให้ลงทุนและใช้จ่ายมากขึ้นและส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจอีกด้วย ในขณะเดียวกันความต้องการของเงินในประเทศนั้น ๆ จะลดลงเนื่องจากดอกเบี้ยลดลงทำให้ค่าเงินในประเทศนั้น ๆ อ่อนตัวลง เมื่อเปรียบเทียบแล้วการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการกู้เงินสูงขึ้นเป็นการลดสภาพคล่องในตลาดและยังเป็นการกดดันให้ใช้จ่ายลดลงและเป็นการตึงอัตราเงินเฟ้ออีกด้วย อย่างไรก็ตามอัตราดอกเบี้ยที่สูงจะดึงดูดให้มีการแลกเปลี่ยนเงินเข้ามาในประเทศทำให้เกิดโอกาสเงินแข็งตัวมากขึ้น

ในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศมีคู่เงินหมายประเภทให้ทำการซื้อขาย โดยทั่วไปแล้วนักลงทุนจะจะเริ่มต้นเทรดคู่เงินหลักที่เกี่ยวข้องกับเงินดอลล่าร์สหรัฐ คู่เงินที่ได้รับความนิยมมากคือ EUR/USD, USD/JPY และ อื่น ๆ

เนื่องจากคู่เงินเหล่านี้เป็นคู่เงินของประเทศที่มีอิทธิพลมาก มีจำนวนซื้อขายในตลาดอย่างมหาศาล มีสภาพคล่องสูง และยังมีความผันผวนค่อนข้างมาก นอกจากนี้ยังมีข่าวทางเศรษฐกิจ และข้อมูลต่าง ๆ ออกมาบ่อย เช่น ดัชนีNFP อัตราดอกเบี้ย และนโยบายของธนาคารกลาง เพื่อให้นักลงทุนนำมาวิเคราะห์แนวโน้มของสกุลเงินนั้น ๆ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาจึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับนักลงทุนที่จะเริ่มต้นลงทุนจากคู่เงินนั้น ๆ

ใช่ การเทรดฟอเร็กซ์หมายถึงการทำรายการซื้อสกุลเงินหนึ่งในขณะที่กำลังขายอีกสกุลเงินหนึ่ง สกุลเงินต่าง ๆ นั้น ถูกแลกเปลี่ยนผ่านโบรกเกอร์ในรูปแบบคู่เงิน เช่น AUS/USD หรือ GBP/JPY


คู่เงินหลัก ๆ

คู่สกุลเงิน

ประเทศ

ชื่อ

EUR/USD

สหภาพยุโรป / สหรัฐอเมริกา

ยูโรดอลลาร์

USD/JPY

สหรัฐอเมริกา / ญี่ปุ่น

ดอลลาร์เยน

GBP/USD

อังกฤษ / สหรัฐอเมริกา

ปอนด์ดอลลาร์

USD/CHF

สหรัฐอเมริกา / สวิสเซอแลนด์

ดอลลาร์สวิชซี่

USD/CAD

สหรัฐอเมริกา / แคนาดา

ดอลลาร์ลูนี่

AUD/USD

ออสเตรเลีย / สหรัฐอเมริกา

ออสซี่ดอลลาร์

NZD/USD

นิวซีแลนด์ /สหรัฐอเมริกา

กีวี่ดอลลาร์


เช่น NZD NZ หมายถึง New Zealand และ D หมายถึง ดอลลาร์
คู่เงินที่ระบุในตารางด้านบนมักจะถูกเรียกว่า "คู่เงินหลัก" เนื่องจากเป็นคู่เงินที่ถูกซื้อขายเป็นจำนวนมาก

ผู้ที่มีส่วนร่วมในตลาดฟอเร็กซ์ส่วนใหญ่นั้นมักจะเป็นธนาคารพานิชย์ ซึ่งธนาคารพาณิชย์นับเป็นกระดูกสันหลังของตลาดฟอเร็กซ์ โดยการเทรดที่มีจำนวนมาก ๆ มักจะเกิดขึ้นที่ธนาคารที่ให้บริการฟอเร็กซ์

ผู้ที่มีส่วนร่วมอื่น ๆ เช่น โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ เป็นผู้ที่ให้บริการเทรดฟอเร็กซ์ โดยทั่วไป แล้วโบรกเกอร์ต่าง ๆ จะต้องได้รับการรับรองจากธนาคารกลางของแต่ละท้องที่ โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์มักจะไม่ทำการเทรดฟอเร็กซ์ด้วยตนเองแต่จะเป็นเพียงสะพานเชื่อมสำหรับผู้ซื้อและผู้ขายเพื่อรับค่าคอมมิชชั่นเท่านั้น

นอกจากนี้ผู้นำเข้าและส่งออก และผู้ที่ต้องการสกุลเงินต่างประเทศต่างก็มีส่วนร่วมในตลาดฟอเร็กซ์ ไม่เพียงแต่ต้องการสกุลเงินต่างประเทศ (เพื่อทำการนำเข้าสินค้า) แต่พวกเขายังเป็นผู้ขาย (เวลาส่งออกสินค้า) อีกด้วย นอกจากนี้มีผู้คนที่ต้องการสกุลเงินต่าง ๆ กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้ทำการเทรดแต่เป็นผู้ซื้อและขายสกุลเงินอย่างเดียว เช่น นักท่องเที่ยว

ช่วงเวลาในการเทรดฟอเร็กซ์นั้นสามารถแบ่งได้ออกเป็น 4 ช่วงเวลา คือ เวลาที่ซิดนีย์ เวลาที่โตเกียว เวลาที่ลอนดอน และเวลาที่นิวยอร์ค
ตารางข้างล่างนี้แสดงให้เห็นถึงเวลาเปิดและปิดของแต่ละตลาด


ฤดูร้อน

ช่วงเวลา

Greenwich Mean Time (GMT)

เวลาเปิดซิดนีย์

10:00pm

เวลาปิดซิดนีย์

7:00am

 

เวลาเปิดโตเกียว

11:00pm

เวลาปิดโตเกียว

8:00am

 

เวลาเปิดลอนดอน

7:00am

เวลาปิดลอนดอน

4:00pm

  

เวลาเปิดนิวยอร์ค

12:00pm

เวลาปิดนิวยอร์ค

9:00pm


ฤดูหนาว

ช่วงเวลา

Greenwich Mean Time (GMT)

เวลาเปิดซิดนีย์

9:00pm

เวลาปิดซิดนีย์

6:00am

 

เวลาเปิดโตเกียว

11:00pm

เวลาปิดโตเกียว

8:00am

 

เวลาเปิดลอนดอน

8:00am

เวลาปิดลอนดอน

5:00pm

  

เวลาเปิดนิวยอร์ค

1:00pm

เวลาปิดนิวยอร์ค

10:00pm



ตามตารางที่แสดงให้เห็นนั้น จะมีช่วงเวลาคาบเกี่ยวกันของทั้งสองตลาด ช่วงเวลาคาบเกี่ยวนี้นับว่าเป็นช่วงเวลาที่มีการเทรดที่คึกคักมากที่สุด ซึ่งจะมีปริมาณการเทรดเป็นจำนวนมาก เนื่องจากนักลงทุนมักจะเลือกช่วงเวลานี้ในการเทรด


สัญลักษณ์คู่เงินฟอเร็กซ์เช่น GBP/USD หรือ USD/JPY ในการเทรดฟอเร็กซ์แต่ละครั้งนั้น ท่านจะซื้อสกุลเงินหนึ่งและขายสกุลเงินหนึ่งในเวลาเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น GBP/USD
GBP/USD = 1.51258

สกุลเงินที่อยู่ทางซ้ายของเครื่องหมาย "/" จะถูกเรียกว่าค่าเงินหลัก(จากตัวอย่างคือเงินปอนด์) และสกุลเงินที่อยู่ทางด้านขวาจะถูกเรียกว่าเงินลำดับถัดไป(จากตัวอย่างคือเงินดอลลาร์) ค่าเงินหลักจะเป็นองค์ประกอบหลักในการซื้อและขายสกุลเงิน ถ้าหากท่านซื้อ GBP/USD หมายถึงท่านทำการซื้อสกุลเงินหลักและขายเงินลำดับถัดไป (ซื้อปอนขายดอลลาร์) ถ้าหากท่านคิดว่าค่าเงินหลักจะแข็งขึ้น(อัตราแลกเปลี่ยนขึ้น) เมื่อเทียบกับอีกสกุลหนึ่ง ท่านก็สามารถซื้อในทิศทางกลับกัน หากท่านคิดว่าค่าเงินหลักจะอ่อนตัวลง (อัตราแลกเปลี่ยนลดลง) เมื่อเทียบกับอีกสกุลหนึ่ง ท่านควรที่จะขายคู่เงินนั้น

ไม่พบคำตอบที่ท่านต้องการ ? ติดต่อเรา

เริ่มเทรดวันนี้