การเทรดดัชนี
ดัชนี คือมูลค่าทางสถิติของตลาดที่แสดงให้เห็นถึงมูลค่าของหุ้นแต่ละชนิดที่มีอยู่ในตลาด นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงราคาโดยรวมและการเปลี่ยนแปลงของหุ้นแต่ละชนิดในตลาดอีกด้วย การเทรดดัชนีที่เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนที่สะท้อนให้เห็นภาพรวมของตลาดในการลงทุนนั้นจะช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนลง เมื่อเทียบกับการซื้อหุ้นแบบย่อย ดัชนีที่ได้รับความนิยมนั้นมีของประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป เอเชียและออสเตรเลีย เช่น Australia 200, NAS100, Hong Kong 50, Germany 30 เป็นต้น เปิดโอกาสในการลงทุนในตลาดหุ้นระดับโลก

สินค้าโภคภัณฑ์

ใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา รองรับทุกอุปกรณ์

เราขอนำเสนอประสบการณ์การเทรดที่ดีกว่าผ่านทางแอพพลิเคชั่นบนมือถือทั้งในระบบ iOS และ Android พร้อมทั้งผ่านทางเว็บไซต์ของเราด้วย ท่านสามารถเทรดได้อย่างอิสระทุกที่ทุกเวลา

ทำไมต้องเลือก Mitrade

แพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย

สัมผัสกับแพลตฟอร์มที่รวมข้อมูลทางการตลาด การซื้อขาย การจัดการบัญชี และการจัดการความเสี่ยงไว้ในหนึ่งแพลตฟอร์ม

ค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่า

ไม่มีค่าคอมมิชชั่น ค่าธรรมเนียมการถือคำสั่งซื้อขายข้ามคืนถูก และสเปรดต่ำ

เงื่อนไขการซื้อขายที่เหนือกว่า

ไม่มีขั้นต่ำในฝากเงิน และล็อตขั้นต่ำเพียง 0.01 ลอต

ควบคุมและกำกับดูแลโดย ASIC

Mitrade ควบคุมและกำกับดูแลโดย ASIC (AFSL398528) โดยเงินทุนจะถูกเก็บแยกไว้ในบัญชีทรัสต์กับธนาคารในประเทศออสเตรเลีย

ระบบป้องกันเงินทุนติดลบ

ท่านจะไม่สูญเสียมากกว่าเงินทุนขั้นต้น - ด้วยระบบป้องกันเงินทุนติดลบของเรา ท่านสามารถมั่นใจได้ว่าบัญชีเทรดของท่านจะมียอดคงเหลือไม่ต่ำกว่าศูนย์

ฝ่ายบริการลูกค้าออนไลน์ที่ยอดเยี่ยม

ฝ่ายบริการลูกค้าออนไลน์มีความเชี่ยวชาญ และพร้อมให้บริการด้วยความเต็มใจ

คำถามที่พบบ่อย

มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อดัชนี ซึ่งแบ่งออกเป็นสามประการ

ประการแรก การเปลี่ยนแปลงในอัตราดอกเบี้ยของตลาดจะส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อตลาดหุ้น โดยทั่วไปนั้นราคาของดัชนีในตลาดจะขึ้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยตกลง และราคาตกเมื่ออัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้ระดับของอัตราดอกเบี้ยมีความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นเป็นอย่างมาก และสิ่งนี้จึงเป็นตัวบ่งชี้สำคัญที่ทำให้นักลงทุนตัดสินใจที่จะ Long (ซื้อ) หรือ Short (ขาย) ดัชนี เมื่อรัฐบาลประกาศลดอัตราดอกเบี้ย หรือลดอัตราส่วนเงินฝากขั้นต่ำที่ธนาคารต้องถือ(Rate Requirement Ration) ต้นทุนการยืมในตลาดก็จะถูกลง และมักจะทำให้ดัชนีหุ้นนั้นเพิ่มสูงขึ้นในระยะสั้น ในทางกลับกันถ้าอัตราต่าง ๆ ปรับสูงขึ้น ดัชนีหก็จะลดต่ำลง

ประการที่สอง เงินเฟ้อจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อดัชนี อัตราเงินเฟ้อที่ไม่สูงมากจะเป็นตัวกระตุ้นดัชนี ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อที่สูงเกินไปจะทำให้เกิดปัญหา ส่วนใหญ่เงินเฟ้อเกิดจากธนาคารกลางเพิ่มปริมาณเงินในระบบเร็วจนเกินไป โดยปกติแล้วเงินในระบบที่เพิ่มขึ้นนั้นจะเข้ามายังตลาดหุ้นโดยตรง เช่น เงินในระบบที่เพิ่มขึ้นสูง จะส่งผลทำให้ดัชนีหุ้นเพิ่มสูงขึ้น และเมื่อธนาคารกลางต้องการทำให้เงินในระบบลดลงโดยการขึ้นอัตราดอกเบี้ย จะทำให้ดัชนีลดลง


ประการที่สาม นโยบายการคลังของรัฐบาลจะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น ถ้ารัฐบาลมีนโยบายลดภาษีหรือ เพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาล จะทำให้ผลประกอบการของบริษัทดีขึ้น และส่งผลให้ดัชนีมีราคาสูงขึ้นในระยะสั้น

ก่อนที่จะเลือกดัชนีสำหรับการลงทุน ท่านต้องเข้าใจถึงความเหมือนและความแตกต่างของตลาด สภาพของเศรษฐกิจ นโยบายของประเทศ ทิศทางของนโยบายการเงิน และปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ ก่อน นอกจากนี้ท่านยังจำเป็นต้องเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงเทคนิคของดัชนี เช่นช่วงตลาดขาขึ้น ช่วงตลาดขาลง และอื่น ๆ หากท่านคุ้นเคยกับหุ้น หรือสภาพเศรษฐกิจของประเทศใด ๆ ก็ตาม ท่านควรที่จะเทรดในตลาดหุ้นของประเทศนั้น ๆ หรือประเมินว่าตลาดใดที่เหมาะสมกับท่านโดยคำนึงถึงปริมาณการซื้อขายรายวันของตลาดหุ้นที่ส่งผลต่อดัชนีนั้น ๆ

เริ่มเทรดวันนี้