TradingKey - อัตรากำไรของเทสลาทรุดตัวลงอย่างหนัก ขณะที่กระแสเงินสดอิสระพลิกกลับมาติดลบ ส่งผลกระตุ้นแรงเทขายจากนักลงทุนและฉุดให้ราคาหุ้นร่วงลงกว่า 6%
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ตามเวลาฝั่งตะวันออก เทสลา ( TSLA) หุ้นปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยร่วงลง 6.26% ในช่วงก่อนเปิดตลาด มาอยู่ที่ 350.70 ดอลลาร์ แตะระดับต่ำสุดใหม่ในรอบ 3 เดือน และทดสอบแนวรับทางเทคนิคที่ 340 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของการปรับตัวลดลงในปีนี้เช่นกัน
ภายหลังการปิดตลาดเมื่อวานนี้ เทสลาได้เผยแพร่รายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 2 ปี 2026 โดยมีรายได้ทะลุ 2.82 หมื่นล้านดอลลาร์ แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวไม่อาจบดบังความจริงอันโหดร้ายจากการลดลงอย่างรวดเร็วของอัตรากำไร และรายจ่ายฝ่ายทุน (CapEx) มหาศาลในด้าน AI ที่ฉุดให้กระแสเงินสดอิสระพลิกกลับมาติดลบ ซึ่งได้ทำลายความเชื่อมั่นของตลาดอย่างรุนแรงอีกครั้ง โดยข้อมูลทางการเงินระบุว่า อัตรากำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 ของเทสลาอยู่ที่ 1.4% ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 5.4% และกระแสเงินสดอิสระอยู่ที่ -1.09 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะเป็นบวกอย่างสิ้นเชิง
หากราคาหุ้นของเทสลาหลุดแนวรับสำคัญที่บริเวณ 340 ดอลลาร์ในระยะสั้น ก็อาจเผชิญกับการปรับฐานลงต่ออีกกว่า 35% โดยมีเป้าหมายชี้ตรงกลับไปยังโซนที่มีการซื้อขายหนาแน่นใกล้ระดับ 220 ดอลลาร์ ซึ่งเคยเป็นจุดต่ำสุดของการปรับตัวลดลงในปี 2025 และเป็นบริเวณที่ราคาหุ้นเคลื่อนไหวผันผวนเป็นเวลานานกว่าสองเดือน
แผนภูมิราคาหุ้นเทสลา, แหล่งที่มา: TradingView
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีมุมมองในเชิงลบที่รุนแรงกว่านั้น โดยเวลส์ ฟาร์โก เชื่อว่ามูลค่าหุ้นของเทสลานั้นสูงเกินไป และอัตรากำไรขั้นต้นจากธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก กำลังถูกกัดเซาะจากการปรับลดราคาและการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งนี้ เวลส์ ฟาร์โก ได้ให้คำแนะนำ "ขาย" (Sell) โดยตั้งราคาเป้าหมายไว้ที่ 130 ดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นดาวน์ไซด์มากกว่า 60% จากระดับราคาปัจจุบัน