Equity = ยอดเงิน + กำไร/ขาดทุนที่อยู่ในคำสั่งซื้อขายที่ยังเปิดอยู่ + ค่าธรรมเนียมการถือคำสั่งซื้อขายข้ามคืนของคำสั่งสั่งซื้อขายที่ยังเปิดอยู่

Equity คือ มูลค่าเงินในบัญชีหลังจากปิดสัญญาทั้งหมดแล้ว นั่นคือ
เงินสำรองที่สะท้อนบัญชีเทรดของท่านตามราคาในตลาด

Trailing stop ออเดอร์นั้นเป็นรูปแบบนึงของการ stop loss ที่ถูกออกแบบเพื่อป้องกันกำไรโดยสัญญาจะถูกเปิดและทำกำไรต่อเนื่องตราบเท่าที่ราคานั้นเคลื่อนไปทางที่ท่านต้องการ และจะปิดการเทรดก็ต่อเมื่อราคาเปลี่ยนไปอีกทางนึงตามจำนวน pips ที่กำหนดไว้
ตัวอย่าง: สมมติว่าท่านซื้อ EUR/USD ที่ 1.14106 และตั้งออเดอร์ 500 pips trailing stop ถ้าเกิดว่าราคาพุ่งไปที่ 1.14606 จุด stop loss ของท่านจะเพิ่มจากตอนแรกที่ 1.13606 ไป 1.14106 (เพิ่ม 500 pips) และจุด stop loss ของท่านจะอยู่ที่ 1.14106 จนกว่าราคาจะเคลื่อนที่ไปทางที่ท่านถืออยู่

ท่านสามารถใช้ออเดอร์ trailing stop เพื่อล็อคจำนวนที่ท่านจะขาดทุนและยังลดความเสี่ยงไปยังจุดที่ท่านรับได้โดยที่ไม่จำกัดการทำกำไรของท่าน

คำสั่งซื้อขายที่มีการตั้งค่า stop loss นั้นจะช่วยทำให้ท่านปิดการซื้อขายโดนอัติโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนของราคาที่อาจทำให้ท่านสูญเสียเงินทุนมากกว่าที่วางแผนไว้ และเพื่อจำกัดความเสียหาย เมื่อใดที่ราคาของตราสารถึง หรือเลยเกินราคาที่ท่านกำหนดไว้ (ราคาในตลาดอาจจะผันผวนมากเกินกว่าปกติ) stop loss จะถูกทำงานทำให้คำสั่งซื้อขายของท่านปิดโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม ฟังชั่นนี้ไม่ได้รับประกันว่าคำสั่งซื้อขายของท่านจะถูกปิดตามราคาที่กำหนดไว้ เนื่องจากความผันผวนของตลาดในบางครั้งอาจทำให้ราคาของตราสารนั้น ๆ เคลื่อนที่ไปไกลมาก ๆ  เสียหาย เมื่อใดที่ราคาของตราสารถึง หรือเลยเกินราคาที่ท่านกำหนดไว้ คำสั่งซื้อขายของท่านจะถูกปิดลงในราคาที่ใกล้เคียงที่สุด

ตัวอย่าง:
ตราสาร US30 ราคาซื้อ/ขาย อยู่ที่ $22,916.66/$22.919.86
ท่านทำการซื้อทั้งหมด 10 ตราสาร US30 และตั้งค่าstop loss ไว้ที่ $22,896.50
ถ้าเกิดว่าราคาของ US30 ลดลงจาก $22,916.66 เป็น $22,886.40 โดยทันที สัญญาของท่านจะถูกปิดลงที่ $22,886.40 ไม่ใช่ที่ราคา $22,916.66 ที่ท่านตั้งค่าไว้ตอนแรก
นั้นก็เพราะว่าการตั้ง stop loss ไม่ได้รับประกันว่าคำสั่งซื้อขายของท่านจะถูกปิดที่ราคาที่ตั้งค่าไว้เท่านั้น หากหุ้นราคาตกทันทีและต่ำกว่า $22,896.50 stop loss จะถูกทำงานและปิดคำสั่งซื้อขายในราคาที่ใกล้เคียงมากที่สุด นั่นคือ $22,886.40

โดยปกติแล้ว คำสั่งซื้อขายแบบรอดำเนินการมีทั้งหมด 4 ประเภท นั่นคือbuy stop, sell stop, buy limit และ sell limit ทั้งหมดนี้สามารถใช้ได้กับ Mitrade. คำสั่งซื้อขายแบบ Stop Orders นอกเหนือจากฟังชั่นที่ช่วยให้หยุดการขาดทุนแล้ว ท่านสามารถใช้เป็นกลยุทธ์แบบ Buy Stop / Sell Stop. สำหรับคำสั่งซื้อขายแบบ Limit Orders นั้นมักจะถูกใช้ในการซื้อตราสารที่ราคาต่ำกว่าราคาในตลาด (buy limit) หรือขายตราสารในราคาที่ต่ำกว่าตลาด (sell limit)

ออเดอร์หมายถึงการตั้งค่าเปิดสัญญาในจุดราคาใดราคาหนึ่งบนแพลตฟอร์ม ท่านสามารถตั้งค่าออเดอร์ล่วงหน้าได้ก่อนตลาดเปิดได้ แต่ท่านไม่สามารถปิดออเดอร์นอกระยะเวลาทำการของตราสารทางการเงินได้

ยกตัวอย่าง:
ราคาซื้อของทองคำอยู่ที่ $1300.5 ต่อล็อต ท่านตั้งราคารับไว้ที่ $1298.00.
ราคาทองคำตกจากราคา $1300.05 ไป $1296.40.
จากออเดอร์ที่ท่านตั้งไว้ สัญญาของท่านก็จะเปิดที่ราคา $1296.40 เพราะว่าราคาที่ดีที่สุดที่สามารถเทรดได้หลังจากที่ท่านตั้งไว้ถูกข้ามไป

กำไร/ขาดทุนที่คงเหลือในบัญชีหลังจากหักมาจิ้นเริ่มต้น (ยอดเงินในบัญชีที่จะสามารถใช้ในการเปิดสัญญาใหม่หรือถอนออกมาได้)
ยอดเงินที่ใช้ได้ = ยอดเงิน + กำไร/ขาดทุนที่ยังอยู่ในสัญญาที่เปิดอยู่ + ค่าธรรมเนียมการถือคำสั่งซื้อขายข้ามคืน - มาจิ้นเริ่มต้นทั้งหมด

กำไรสุทธิและขาดทุนของทุกคำสั่งซื้อขาย (กำไร/ขาดทุน + ค่าธรรมเนียมการถือคำสั่งซื้อขายข้ามคืน)
Long: (ราคาปัจจุบัน - ราคาเปิด) x ล็อตในการเทรด x ขนาดสัญญา + ค่าธรรมเนียมการถือคำสั่งซื้อขายข้ามคืน
Short: (ราคาเปิด - ราคาปัจจุบัน) x ล็อตในการเทรด x ขนาดสัญญา + ค่าธรรมเนียมการถือคำสั่งซื้อขายข้ามคืน

กำไรและขาดทุนของทุกคำสั่งซื้อขาย (ค่าธรรมเนียมการถือคำสั่งซื้อขายข้ามคืน)
Long: (ราคาปัจจุบัน - ราคาเปิด) x ล็อตในการเทรด x ขนาดสัญญา
Short: (ราคาเปิด - ราคาปัจจุบัน) x ล็อตในการเทรด x ขนาดสัญญา

balance (ยอดเงิน)นั้นไม่ได้รวมกำไร/ขาดทุนที่อยู่ในคำสั่งซื้อขายที่ยังเปิดอยู่ ในขณะที่ equity นั้นรวมกำไร/ขาดทุนของคำสั่งซื้อขายที่ยังเปิดอยู่
ในกรณีที่ไม่มีคำสั่งซื้อขายที่เปิดอยู่ equity จะเท่ากับ balance (ยอดเงิน)

Balance (ยอดเงิน) = จำนวนเงินที่ฝาก - จำนวนเงินที่ถอน + กำไร/ขาดทุนจากการปิดการซื้อขาย, ไม่รวมถึงกำไร/ขาดทุนที่อยู่ในคำสั่งซื้อขายที่ยังเปิดอยู่

สูตรในการคำนวณค่าธรรมเนียมการถือคำสั่งซื้อขายข้ามคืน = ล็อตในการเทรด x ขนาดสัญญา x ราคาเปิด x ค่าธรรมเนียมการถือคำสั่งซื้อขายข้ามคืน (%)

ท่านอาจจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการถือคำสั่งซื้อขายข้ามคืน หากท่านเปิดคำสั่งซื้อขายเลยผ่านช่วงเวลาที่ได้กำหนดไว้ในแต่ละวัน ช่วงเวลาที่กำหนดไว้คือ GMT 22:00(เวลาฤดูหนาว) โปรดทราบว่าเวลาในแต่ละประเทศจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของท่าน

เมื่อท่านถือสัญญาซื้อขายข้ามวัน บัญชีเทรดของท่านอาจถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ตามดอกเบี้ยของสินค้าที่ท่านได้ถือคำสั่งซื้อขายไว้
เมื่อท่านทำการเทรดคู่เงินใดก็ตาม สกุลเงินของทั้งสองจะเกี่ยวเนื่องกับค่าธรรมเนียมการถือคำสั่งซื้อขายข้ามคืน

สำหรับสกุลเงินที่ท่านทำการซื้อท่านอาจจะได้รับดอกเบี้ย  และสกุลเงินที่ท่านขายท่านอาจจะต้องจ่ายดอกเบี้ย ความแตกต่างระหว่างของค่าดอกเบี้ยของคู่สกุลเงินนั้นจะเป็นตัวกำหนดว่าท่านจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการถือคำสั่งซื้อขายข้ามคืนหรือไม่

หลักประกันรักษาสภาพหรือ มาจิ้นในรักษาออเดอร์คือจำนวนมาจิ้นขั้นต่ำที่กำหนดไว้เพื่อรักษาออเดอร์ไว้
หลักประกันรักษาสภาพ = ราคาเริ่มต้นของมูลค่าสัญญาที่เปิด x อัตราส่วนหลักประกันรักษาสภาพ (%)
อัตราส่วนหลักประกันรักษาสภาพ(%) = มาจิ้นเริ่มต้น (%) x 50%

มาจิ้นเริ่มต้น = ราคาเริ่มต้นของมูลค่าสัญญาที่เปิด x อัตราส่วนมาจิ้นเริ่มต้น (%)

สมมติว่าท่านเปิดคำสั่งซื้อขายด้วยเลเวอเรจ 200:1 หรือ มาจิ้น 0.5%
หากท่านเปิดออเดอร์ด้วยล็อตขนาดเล็กด้วยมาจิ้นของท่าน ท่านไม่จำเป็นต้องใช้เงินทั้งหมด $10,000 จำนวนเงินที่ท่านต้องใช้มีเพียงมาจิ้นเริ่มต้นที่ $50 เท่านั้น ($10,000x0.5% = $50)

ทุกครั้งที่ท่านเปิดคำสั่งซื้อขายใหม่ ยอดเงินบางส่วนในบัญชีเทรดของท่านจะถูกหักเก็บไว้เป็นหลักประกันในการเปิดคำสั่งซื้อขาย ราคาของคู่สกุลเงิน ปริมาณการเทรด และมาจิ้นของท่านจะเป็นตัวกำหนดระดับมาจิ้นที่ท่านต้องใช้ในการเทรด ปริมาณมาจิ้นนั้นมักจะแสดงให้เห็นในสกุลเงินหลัก

มาจิ้นในการรักษาออเดอร์ คือจำนวนมาจิ้นที่ต้องใช้ในการรักษาออเดอร์ อัตราส่วนมาจิ้นนั้นเท่ากับมาจิ้นที่มีอยู่ในปัจจุบันหารด้วย equity ในบัญชี และลบด้วยมาจิ้นที่ใช้ในการรักษาออเดอร์ที่มีอยู่

เลเวอเรจ 2% หรือ 1:50 คือ ราคาของสินทรัพย์นั้นที่เปลี่ยนแปลง 1%  ส่งผลให้ราคาของCFD เปลี่ยนแปลงไป 50%.
ตัวอย่างเช่น ยอดเงิน $1,000 ด้วยเลเวอเรจ 1:50 จะทำให้ท่านสามารถเทรดได้ถึง $50,000 ทำให้นักลงทุนสามารถซื้อสินค้าทางการเงินที่มีมูลค่าสูงสุดถึง $50,000

เลเวอเรจช่วยให้ท่านสามารถเทรดได้มากกว่าเงินทุนที่มีอยู่ในบัญชีเทรด นอกจากนี้เลเวอเรจช่วยให้ท่านสามารถเพิ่มขนาดของออเดอร์ให้มากขึ้นโดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินลงทุนเพิ่ม แสมือนว่าท่านได้ทำการยืมเงินจำนวนหนึ่งเพื่อใช้ในการลงทุน ดังนั้นการเทรดด้วยเลเวอเรจทำให้ท่านใช้เงินทุนเพียงแค่ส่วนหนึ่งของคำสั่งซื้อขายทั้งหมดเท่านั้น

ตราสารแบบ  CFD คือรูปแบบการเทรดด้วยการใช้เลเวอเรจ โดยจำนวนเงินที่ต้องใช้ในการเปิดคำสั่งซื้อขายและรักษาคำสั่งซื้อขายจะถูกเรียกว่า "มาจิ้น" (หลักประกัน) การเทรดด้วยเลเวอเรจถูกเรียกว่า "มาจิ้นเทรด" คำว่า "เลเวอเรจ" มักจะถูกใช้เพื่อแสดงให้เห็นว่า ความผันผวนในราคาเพียงเล็กน้อยในตราสาร  CFD สามารถแปลงเป็นกำไรและขาดทุนจำนวนมากได้ ดังนั้นระดับของกำไรและขาดทุนขึ้นอยู่กับระดับของเลเวอเรจที่ใช้

Pip คือทศนิยมลำดับสุดท้าย หรือเลขหลักสุดท้ายของตราสารทางการเงิน สมมติว่าราคาของ EUR/USD คือ 1.13452/1.13460 (ราคาซื้อ/ราคาขาย) ได้เปลี่ยนราคาเป็น EUR/USD คือ 1.13482/1.13490 ราคาเปลี่ยนแปลงที่ 0.00030 หรือ 30 pips

ใช้ 100,000 หน่วย(1 ล็อตปกติ) ต่อสัญญาเพื่อสาธิตว่า 1 ล็อตจะส่งผลยังไงต่อ 1 pip

ตัวอย่าง:
1. อัตราแลกเปลี่ยนของ USD/JPY คือ 119.801 และ (0.001/119.801)x100,000 = USD 0.835/pip
2. อัตราแลกเปลี่ยนของ USD/CHF คือ 1.00554 และ (0.00001/1.00554)x100,000 = USD 0.994/pip

สูตรในการคำนวณจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยถ้าเกิดว่าสกุลเงินหลักไม่ใช่ดอลลาร์สหรัฐ
3. สมมติอัตราแลกเปลี่ยน EUR/USD คือ 1.19301 (0.00001/1.19301)x100,000 = EUR 0.838
แปลงเป็นดอลลาร์สหรัฐจะได้เป็น 1 pip = 0.838 x 1.19301 = USD 1.

หรืออย่างง่ายที่สุด 1 pip นั้นสามารถคำนวณได้โดยตรงผ่านค่าสกุลเงินถัดไป:
0.00001 x 100,000 = $1

ราคาขายคือราคาที่ท่านจะทำการขายสกุลเงินหลักและซื้อสกุลเงินถัดไปในตลาดฟอเร็กซ์ ซึ่งจะแสดงให้เห็นในฝั่งด้านซ้ายของตารางสัญลักษณ์ ราคาขายก็คือราคาที่ท่านซื้อสกุลเงินหลักและขายสกุลเงินถัดไป จะแสดงให้เห็นในฝั่งด้านขวาของตารางสัญลักษณ์ ยกตัวอย่างเช่น EUR/USD 1.13452/1.13472 ราคาขายก็คือ 1.13472 หมายถึงท่านสามารถซื้อ EUR 1 โดยใช้ USD 1.13472 ราคาขายบางครั้งก็จะหมายถึงราคาขายของธนาคาร สเปรดคือความต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขายของสัญลักษณ์ นั่นคือค่าใช้จ่ายสำหรับการเทรดโดยลูกค้า

ล็อตคือขนาดของการเทรด ยกตัวอย่างเช่น 1 ล็อตของทองคือ 100 ออนซ์ และ 1 ล็อตในการเทรดฟอเร็กซ์หมายถึง 100,000 หน่วยของสกุลเงินหลัก ไม่ใช่เท่ากับ 100,000 ดอลลาร์ หากสกุลเงินหลักของท่านคือ USD และมีเท่ากับ 1 ล็อต นั่นหมายถึง USD100,000 ถ้าสกุลเงินหลักของท่านคือ Euro 1 ล็อตของท่านก็หมายถึง EUR100,000

Lot

จำนวนยูนิต

Standard 100000
Mini 10000
Micro 1000
Nano 100


ไม่พบคำตอบที่ท่านต้องการ ? ติดต่อเรา

*วิธีการฝากเงินบางวิธีอาจไม่มีให้บริการในประเทศ / ภูมิภาคของคุณ

เริ่มเทรดวันนี้